Black Ribbon

คณะและหลักสูตร

หลักสูตรคณะเทคโนโลยีการเกษตร

หลักสูตรคณะเทคโนโลยีการเกษตร

1. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์

2. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์

3. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร

4. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสัตวศาสตร์

5. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

คณะ เทคโนโลยีการเกษตร เป็นหน่วยงานที่สังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 38 หมู่ที่ 8 ตำบลนาวุ้ง  อำเภอเมือง  จังหวัดเพชรบุรี 
เริ่มแรกจัดตั้งเป็นคณะด้วยการพัฒนามาจากภาควิชาเกษตรศาสตร์  ซึ่งสังกัดคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำหน้าที่ผลิตครูเกษตรตาม พ.ร.บ.
วิทยาลัยครู

พ.ศ. 2518  ต่อมาได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงบทบาทและหน้าที่ตามลำดับดังต่อไปนี้
พ.ศ. 2527  จัดตั้งคณะวิชาเกษตรและอุตสาหกรรมตาม  พ.ร.บ. วิทยาลัยครู  (ฉบับที่ 2)   มาตรา 5   
พ.ศ. 2527 จัดแบ่งการบริหารออก  เป็น 3 ภาควิชา  ได้แก่ 
1. ภาควิชาเกษตรศาสตร์ เปิดสอนระดับอนุปริญญา 2 โปรแกรมวิชา ได้แก่  โปรแกรมวิชาเทคโนโลยีการเกษตร  และโปรแกรมวิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
2. ภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร  เปิดสอนระดับอนุปริญญา ได้แก่ โปรแกรมวิชาเทคโนโลยีการอาหาร
3. ภาควิชาส่งเสริมการเกษตร  ซึ่งไม่ได้ผลิตบุคลากรด้านนี้โดยตรง  แต่รับผิดชอบสอนวิชาด้านการส่งเสริมการเกษตรแก่นักศึกษาวิชาเทคโนโลยีการ เกษตรและวิชาเอกพัฒนาชุมชน
ขณะเดียวกัน ได้ยกเลิกการเรียนการสอนในสาขาวิชาชีพครูเกษตร (ค.บ.เกษตร) ยังคงสอนเพียงกลุ่มวิชาเลือกพื้นฐานการงานสายอาชีพให้แก่นักศึกษาสายประถม ศึกษาจนถึง พ.ศ. 2545

พ.ศ. 2537โปรแกรมวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ได้เปิดสอนนักศึกษาระดับปริญญาตรี (2 ปีหลังอนุปริญญา)  เพิ่มขึ้นอีกโปรแกรมหนึ่ง

พ.ศ. 2538  วิทยาลัยครูเพชรบุรีได้มีการเปลี่ยนสถานะเป็นสถาบันราชภัฏเพชรบุรี เพื่อให้มีความเป็นอิสระและคล่องตัวทั้งในด้านการดำเนินงานและการเปิดสอนใน ระดับสูงกว่าปริญญาตรี
และได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อตำแหน่งผู้บริหารระดับต่าง ๆ โดยตำแหน่งหัวหน้าคณะได้เปลี่ยนเป็นคณบดีโดยแบ่งการบริหารงานในรูปของภาควิชา
3 ภาควิชาเหมือนเดิม คือ ภาควิชาเกษตรศาสตร์ ภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร และภาควิชาส่งเสริมการเกษตร  นอกจากนี้มีการเปลี่ยนแปลงการผลิตบุคลากรใน 2
โปรแกรมวิชา  คือ
1. โปรแกรมวิชาเกษตรศาสตร์   เปลี่ยนการผลิตบุคลากรระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีการเกษตร  ไปเป็น สาขาเกษตรศาสตร์หลักสูตร 4 ปี  รุ่นแรกเมื่อปีการศึกษา  2538 และหลักสูตรปริญญาตรี
2 ปี  (ต่อเนื่องจากระดับอนุปริญญา) เมื่อปีการศึกษา 2539
2. โปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร  เริ่มรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี 4 ปี  เมื่อปีการศึกษา  2539

พ.ศ. 2540 ทางคณะกรรมการสภาสถาบันราชภัฏ  (ค.ส.ส.)  ได้จัดทำร่างการแบ่งส่วนราชการใหม่ โดยคณะวิชาเกษตรและอุตสาหกรรมเปลี่ยนชื่อเป็นคณะเทคโนโลยีการเกษตร 
แต่ไม่เป็นทางการเนื่องจากยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการข้าราชการครู(อ.ก.ค.) กระทรวง (ติดมติคณะรัฐมนตรี)

พ.ศ. 2541 ภาคเรียนที่ 2 คณะเทคโนโลยีการเกษตร ได้เปลี่ยนแปลงการบริหารงานในรูปของภาควิชาเป็นโปรแกรมวิชาแทน  ตามนโยบายของคณะกรรมการสภาสถาบันราชภัฏโดยจัดการเรียนการสอนเป็น
3  โปรแกรมวิชาคือ
1. โปรแกรมวิชาเกษตรศาสตร์ เปิดสอนระดับปริญญาตรี 4 ปี  สาขาเกษตรศาสตร์  เน้นหนักด้านพืชศาสตร์ และได้วางแผนเปิดระดับปริญญาตรีสาขาเกษตรศาสตร์  เน้นหนักด้านสัตวบาลเพิ่มขึ้นอีก
1 ห้องเรียน (35 คน)  ในปีการศึกษา  2542
2. โปรแกรมวิชาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เตรียมแผนจะเปิดหลักสูตรปริญญาตรีสาขาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 4 ปี และ 2 ปี 
(หลักสูตรต่อเนื่องจากระดับอนุปริญญา)  ในปีการศึกษา 2542 โดยงดรับนักศึกษาระดับอนุปริญญา
3. โปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร เปิดสอนระดับปริญญาตรี   หลักสูตร 4 ปี 

พ.ศ. 2542 เปลี่ยนชื่อคณะวิชาเกษตรและอุตสาหกรรมเป็นคณะเทคโนโลยีการเกษตรตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538

14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 สถาบันราชภัฏเพชรบุรีได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีตาม พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏและคณะเทคโนโลยีการเกษตรยังคงมีฐานะเป็นคณะเทคโนโลยีการ เกษตร
ตามกฎกระทรวงการจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี กระทรวงศึกษาธิการ  พ.ศ.2548 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2548 และมีการเปิดสอนระดับปริญญาตรี 
5  หลักสูตรคือ

1.หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์
2.หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร (หลักสูตรต่อเนื่อง)
3.หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสัตวบาล (หลักสูตรต่อเนื่อง)
4.หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
5.หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
และในปี 2548 นี้ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้เปลี่ยนชื่อการบริหารจากโปรแกรมวิชาไปเป็นสาขาวิชาให้สอดคล้องกับชื่อหลักสูตร
ทางคณะเทคโนโลยีการเกษตร ได้มีการพัฒนาหลักสูตรใหม่ระดับปริญญาตรี 4 ปี 2 หลักสูตร
ได้แก่   
1. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาเกษตรศาสตร์ โดยแบ่งเขต 3 แขนง คือ
1.แขนงเทคโนโลยีการผลิตพืช
2.แขนงเทคโนโลยีการเกษตร
3.แขนงการจัดการเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว


2. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาสัตวศาสตร์ และได้มีการปรับปรุงหลักสูตร 2 หลักสูตรคือ วิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารโดย หลักสูตรที่พัฒนาใหม่และปรับปรุงนี้ได้เริ่มเปิดรับนักศึกษามาตั้งแต่ปีการ ศึกษา 2549 นอกจากนี้ในปีการศึกษา 2549 ทางคณะได้เริ่มพัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาโทวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพื่อการพัฒนา และได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เมื่อ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2551 และได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการการอุดมศึกษา เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2551 โดยได้เปิดรับและเปิดการสอนนักศึกษารุ่นแรกในภาคการศึกษาที่ 1/2552 ในปีการศึกษา 2553 คณะเทคโนโลยีการเกษตรได้ปรับปรุงหลักสูตรตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดม ศึกษา (TQF) ระดับปริญญาตรี 4 หลักสูตร และระดับปริญญาโท 1 หลักสูตร ได้แก่ระดับปริญญาตรี
1.หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์
2.หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
3.หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
4.หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสัตวศาสตร์

ระดับปริญญาโท
หลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพื่อการพัฒนา ต่อมาในปีการศึกษา 2555 ได้มีการเปิดหลักสูตรใหม่ 1
หลักสูตร คือหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์

หลักสูตรคณะครุศาสตร์

หลักสูตรคณะครุศาสตร์

1. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา

2. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัย

ปรัชญา
“สร้างครูดี   พัฒนาคน สร้างชุมชน พัฒนาชาติ”
เอกลักษณ์
ผลิตครูมืออาชีพ”

ผลิตครูมืออาชีพ หมายถึง คณะครุศาสตร์ มีความเป็นเลิศทางด้านการผลิตครูที่มีความรู้ ทักษะการสอน ที่สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู

คณะครุศาสตร์ได้กำหนดให้สาขาการศึกษาปฐมวัยเป็นสาขาที่เป็นเอกลักษณ์โดย คณะเปิดโอกาสให้คณาจารย์ให้ความคิดเห็น และมีระบบกลไกการดำเนินงานของสาขาจนเกิดผลงานเชิงประจักษ์ด้านการเรียนการ สอนเป็น good practice โดยนักศึกษาได้รับรางวัลระดับชาติ  คือ นางสาวพรพรรณ  จิรวัฒนา กิตติ ได้รับรางวัลจากการประกวดการเล่านิทานสำหรับเด็กปฐมวัย ระดับประเทศ ถ้วยรางวัลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ และเกียรติบัตร

อัตลักษณ์
ซื่อสัตย์  มีวินัย  ใฝ่เรียนรู้ online casino เชิดชูจิตอาสา  นำพาสู่ครูมืออาชีพ”
 
วิสัยทัศน์

ภายในปี  2561  คณะครุศาสตร์จะพัฒนาให้ทุกโปรแกรมวิชาจัดผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้ สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น และตอบสนองต่อทิศทางการพัฒนาการศึกษา

พันธกิจ

1.  ผลิตบัณฑิตที่มุ่งสร้างอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ของคณะครุศาสตร์ด้วยการเน้นคุณภาพบัณฑิตที่มีคุณภาพระดับสากล  ซื่อสัตย์  มีวินัย  ใฝ่เรียนรู้  ก้าวสู่ ครูมืออาชีพ จิตสาธารณะ

2.  วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ที่จะจำเป็นและประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่น โดยบูรณาการศาสตร์ทางการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาของพื้นที่และนำไปใช้ประโยชน์ได้ อย่างแท้จริง

3.  ให้บริการวิชาการ ถ่ายทอดความรู้ นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ทางการศึกษา ที่ตอบสนองความต้องการของชุมชน สังคมและประเทศชาติ

4.  เสริมสร้างความเข้มแข็งของวิชาชีพครู รวมทั้งพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับ การเป็นวิชาชีพขั้นสูง

5.  สืบสานส่งเสริมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชนและสังคม

6.  เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของท้องถิ่น ของชาติ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมประเพณีไทย

7.  พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ตามหลักธรรมาภิบาลและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วัตถุประสงค์
เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์และพันธกิจของคณะครุศาสตร์ จึงกำหนดวัตถุประสงค์ที่สำคัญในการดำเนินงาน ดังนี้
  1. เพื่อผลิตบัณฑิตครูและพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา โดยมุ่งเพิ่มพูนความรู้ ทักษะและเจตคติทางวิชาชีพ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมี ความสุข
  2. เพื่อพัฒนาวิชาชีพครู ปรับปรุง ถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา
  3. เพื่อให้ชุมชนและท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองได้โดยการสนับสนุนด้านการบริการวิชาการ พร้อมทั้งส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
  4. เพื่อพัฒนาศักยภาพขององค์กรอย่างต่อเนื่องตามหลักการบริหารจัดการองค์กรที่ดี เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ
 
ยุทธศาสตร์

1.  บัณฑิตมีคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพครู

2.  ผลงานวิจัยตอบสนองความต้องการและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาท้องถิ่น และประเทศมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

3.  เป็นที่พึ่งของชุมชน สังคม ด้านองค์ความรู้ ที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ทางการศึกษา

4.  เป็นผู้นำในการเสริมสร้างความเข้มแข็งการพัฒนาวิชาชีพครู คุณภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา

5.  เป็นผู้นำในการน้อมนำโครงการพระราชดำริ และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่สังคม

6.  บุคลากรและนักศึกษามีบทบาทในการส่งเสริมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และถ่ายทอดสู่สากล

 7.  ระบบการบริหารคณะครุศาสตร์ มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

หลักสูตรคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

หลักสูตรคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

1. หลักสูตรสถาปัยกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมภายใน

2. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

3. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์

4. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีไฟฟ้า

5. หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมพลังงาน

6. หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมสารสนเทศและการสื่อสาร

7. หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล

จากคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เป็น “คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม” มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

อดีต
     จากภาควิชาหัตถศึกษาและอุตสาหกรรมศิลป์ คณะวิทยาศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2525 สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงจากภาคเกษตรกรรมมาเป็นอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามลำดับ ความต้องการกำลังคนด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ต่อมาแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) กรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการจัดการศึกษาอุตสาหกรรมศิลป์และเทคโนโลยีโดยขยายการจัดตั้งคณะอุตสาหกรรมศึกษาใน 7 สถาบัน คือ วิทยาลัยครูเพชรบุรี วิทยาลัยครูฉะเชิงเทรา วิทยาลัยครูสุรินทร์ วิทยาลัยครูเลย วิทยาลัยครูกำแพงเพชร วิทยาลัยครูเชียงราย และวิทยาลัยครูสงขลา ได้จัดตั้งคณะกรรมการจัดทำโครงการเสนอต่อคณะกรรมการฝึกหัดครู กรมการฝึกหัดครู สรุปว่า ให้นำโครงการจัดตั้งคณะอุตสาหกรรมศึกษาไปปรับปรุงและนำเสนอให้เปลี่ยนชื่อคณะเป็นคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้งคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ได้จำนวน 7 สถาบัน และได้เพิ่มเติมวิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ และวิทยาลัยครูพระนคร รวมเป็น 9 แห่ง (28 กรกฎาคม 2537) ซึ่งยังไม่ได้เป็นคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม อย่างเป็นทางการ
     ใน พ.ศ. 2538 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้ประกาศการจัดตั้งคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ได้แยกการบริหารมาจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีตำแหน่งรักษาการคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นคณะลำดับที่ 6 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ต่อมา พ.ศ. 2542 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้รับแจ้งจากหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ทำประกาศกฎกระทรวงศึกษาธิการ ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 116 ตอนพิเศษ 79 ง ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2542 เป็น “คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม” อย่างเป็นทางการ
     ในการผลิตบัณฑิตในช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ช่างอุตสาหกรรม) และวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง ปวส. (2 ปี) ในแขนงวิชาต่างๆ เช่น เทคโนโลยีเครื่องกล, การผลิต, ไฟฟ้า, อิเล็กทรอนิกส์, ก่อสร้าง ฯ ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 กรมการฝึกหัดครูได้อนุมัติให้โปรแกรมวิชาเทคโนโลยีเครื่องกล พัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วศ.บ.) สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล (โปรแกรมสู่ความเป็นเลิศ) โดยเลขาธิการสภาสถาบันราชภัฏ (ดร.พลสัณห์ โพธิ์ศรีทอง) เป็นผู้อนุมัติ เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2546 ซึ่งได้พัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกลเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2547 แต่ยังไม่สามารถเปิดสอนได้ เนื่องจากสาขาวิชามีเป้าหมายหลักสูตรจะต้องผ่านการรับรองจากสภาวิศวกร (กว.) จนกระทั่ง พ.ศ. 2548 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้แยกระบบการบริหารเป็นนิติบุคคล เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จึงได้นำเสนอหลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล (วศ.บ.) ต่อสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี (วันที่ 21 พฤศจิกายน 2548) หลักสูตรผ่านการเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) (วันที่ 18 พฤศจิกายน 2549) เห็นชอบ และสภาวิศวกร (กว.) รับรองหลักสูตร เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2550 และในปี พ.ศ. 2552 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ได้จัดทำโครงการเปลี่ยนชื่อคณะเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดยคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีเห็นชอบ แต่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษายังไม่เห็นชอบการเปลี่ยนชื่อคณะในครั้งนี้ โดยให้ข้อเสนอแนะว่า บุคลากรสายวิชาการที่สำเร็จการศึกษาทางวิศวกรรมยังมีจำนวนน้อย และจำนวนบุคลากรยังไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรทางวิศวกรรมตลอดจนห้องปฏิบัติการและอาคารสถานที่ยังขาดความพร้อมสำหรับการรองรับการจัดการเรียนการสอนทางวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งต่อมาคณะได้จัดทำแผนพัฒนาการเปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วศ.บ.) เพิ่มขึ้นตามแผนการพัฒนาคณะ


                                    IMG 7139 2ENTECH2017NRN 03544 2

ปัจจุบัน
     คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ให้เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วศ.บ.) ระดับปริญญาตรี สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ. 2549) สาขาวิชาวิศวกรรมสารสนเทศและการสื่อสาร (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ. 2554) ทั้งสองหลักสูตร สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และสภาวิศวกร (กว.) รับรองหลักสูตร สาขาวิชาวิศวกรรมพลังงาน (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ. 2555) หลักสูตรนี้จะปรับปรุงหลักสูตรและจะขอใบประกอบวิชาชีพ (ด้านวิศวกรเครื่องกล) ในปี พ.ศ. 2560 ในขณะเดียวกันหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) ที่เปิดสอน สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ.2554) สาขาวิชาเทคโนโลยีไฟฟ้า (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ.2554) สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ.2554) หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต (สถ.บ.) สาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ.2557) และหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วศ.ม.) สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ.2556) ในช่วงระยะเวลา พ.ศ. 2553-2558 คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดยท่านอธิการบดี (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัต กลิ่นงาม) ได้สนับสนุนบุคลากรที่มีคุณวุฒิทางวิศวกรรมศาสตร์และสนับสนุนครุภัณฑ์ประจำห้องปฏิบัติการและอาคาร สถานที่ ตามเกณฑ์การจัดหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีแผนการพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วศ.บ.) ที่จะเปิดในปี พ.ศ.2561 จำนวน 2 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งเมื่อเปิดหลักสูตรทางวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (2 หลักสูตร) ก็จะปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) ต่อไป และในปี พ.ศ.2561 จะเปิดหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต (วศ.ด.) สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล ตามแผนพัฒนาการผลิตบัณฑิตในปัจจุบัน-อนาคต ท่านอธิการบดีจึงได้มีแนวคิดให้เปลี่ยนชื่อคณะครั้งที่สอง เมื่อปี พ.ศ.2559 โดยมีคณะกรรมการจัดทำโครงการเปลี่ยนชื่อคณะเป็นครั้งที่สอง ซึ่งได้ทบทวนข้อสังเกตจากคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) และได้ศึกษาดูงานคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร จังหวัดนครปฐม เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการจัดทำโครงการเปลี่ยนชื่อคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ตามกฎกระทรวง จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2548 มาเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ตามกฎกระทรวงจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดยผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีและสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2560 สั่ง ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ( นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ทำกฎกระทรวงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 23 ก วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560
     ผลจากการเปลี่ยนชื่อคณะเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จะส่งผลต่อการผลิตบัณฑิตที่มีใบประกอบวิชาชีพตามศาสตร์ทางวิศวกรรม เพื่อการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมศาสตร์และด้านการวิจัยทางเทคโนโลยีและวิศวกรรมให้มีคุณภาพสูงขึ้นในอนาคต
     ในการนี้คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมขอขอบคุณ คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ที่ให้การสนับสนุนในการดำเนินการเปลี่ยนชื่อคณะฯ จนประสบความสำเร็จเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เป็นแห่งที่สองของสถาบันอุดมศึกษา

หลักสูตรคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

หลักสูตรคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

1. หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ

2. หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริการ (สองภาษา)

3. หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์

4. หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์

5. หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาและการจัดการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

6. หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์ และบรรณารักษศาสตร์

7. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะและการออกแบบ

8. หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน

9. หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน

10. หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ

11. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปศึกษา

12. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานาฏดุริยางคศาสตร์

13. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา

14. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ

15. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย

history

เว็บไซต์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ http://hs.pbru.ac.th/

หลักสูตรคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

หลักสูตรคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

1. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์

2. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ประยุกต์

3. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาความมั่นคงคอมพิวเตอร์และไซเบอร์

4. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์

5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สำนักงาน

ประวัติคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

เว็บไซต์คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ https://infotech.pbru.ac.th

ย้อน อดีตไปเมื่อปี พ . ศ . 2526 ไมโครคอมพิวเตอร์ชนิด 8 บิต เริ่มแพร่หลายเข้ามาสู่ประเทศไทย เนื่องจากเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ราคาไม่แพงนัก ( ของเลียนแบบประมาณ 25,000 บาท ) สามารถนำไปใช้ตามบริษัท ห้างร้าน หรือตามบ้านได้สะดวกไม่ต้องติดเครื่อง ปรับอากาศให้ก็สามารถทำงานได้ วิทยาลัยครูเพชรบุรี ( สถานะขณะนั้น ) โดยท่านอธิการ ดร . วรชัย เยาวปาณี เล็ง เห็นความสำคัญทั้งการนำมาใช้งาน และด้านการเรียนการสอน จึงได้ นำมาทดลองใช้กับงานบริหารและบริการของวิทยาลัย งานที่สำคัญงานหนึ่งที่มีชื่อเสียงคือ ระบบงานทะเบียนนักศึกษาวิทยาลัย ขณะเดียวกันได้เชิญวิทยากรมาฝึกอบรมให้กับอาจารย์ ที่สนใจ หัวข้อที่ฝึกอบรมครั้งแรก คือความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และการเขียน โปรแกรมภาษาเบสิก จำได้ว่าครั้งแรกมีอาจารย์เข้ารับการอบรมประมาณ 20 คน เมื่อการอบรม เข้าสู่การเขียนโปรแกรมภาษาเบสิกหลายท่านค่อยๆ หายไปจนสุดท้ายเหลืออยู่ประมาณ 6-7 คน

หลัง จากการอบรมแล้วท่านอธิการมีนโยบายให้เปิดสอนหลักสูตร ป . กศ . สูง ( เทียบเท่าอนุปริญญา ) และ ค . บ . 2 ปี หลังอนุปริญญา วิชาเอกคอมพิวเตอร์ ท่านได้มาช่วยดำเนินการในการจัดทำหลักสูตรทั้งสองหลัก สูตร โดยเสนอให้กรมการฝึกหัดครูแต่งตั้งกรรมการร่าง หลักสูตร ป . กศ . สูง และ ค . บ . วิชาเอกคอมพิวเตอร์ศึกษา จัดทำฉบับร่าง ณ วิทยาลัยครูเพชรบุรี มีอาจารย์ของเราเป็นผู้ดำเนินการ และเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านคอมพิวเตอร์มาร่วมให้ข้อคิดเห็น และเสนอแนะ กรรมการดังกล่าวตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2526 กรรมการท่านหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงและเป็นที่ ยอมรับในวงการคอมพิวเตอร์ขณะนั้น คือ รศ . สมชาย ทยานยง จาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งแรกท่านไม่ค่อยเห็นด้วยกับการสอนนักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ เพราะนักศึกษาจะไม่ได้เห็นกระบวนการทั้งหมดของคอมพิวเตอร์ เช่น เรื่องเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ( ขณะนั้นยังไม่มีระบบแลนเหมือนปัจจุบัน ) แต่ด้วยความตั้งใจดีของกรรมการหลายท่าน เช่น ดร . โกวิท ประวาลพฤกษ์ ดร . ณรงค์ บุญมีที่ มองเห็นความสำคัญของคอมพิวเตอร์ และความจำเป็นที่จะต้องผลิตบัณฑิตสายครูด้านคอมพิวเตอร์เพื่อรองรับความต้อง การของประเทศชาติ ท่านจึงไม่ได้คัดค้าน เพียงแต่ให้ ข้อเสนอแนะในการทำงานต่อไป กรรมการทรงคุณวุฒิท่านอื่นๆ ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับร่าง หลักสูตร ป . กศ . สูง และ ค . บ . 2 ปี วิชาเอกคอมพิวเตอร์ศึกษา ในที่สุดสภาการฝึกหัดครูจึงได้อนุมัติหลักสูตร เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2527 (ดร . จารึก ชูกิตติกุล รองอธิการบดีฝ่ายวางแผน และพัฒนา เป็นผู้นำหลักสูตรเข้าชี้แจงในสภาการฝึกหัดครู ซึ่งเป็นครั้งแรกที่วิทยาลัยครูเสนอหลักสูตรเอง แทนที่จะเป็นหน่วยศึกษานิเทศก์ร่างและเสนอให้ ซึ่งก็เกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนของท่านอธิบดีกรมการฝึกหัดครู นายพะนอม แก้วกำเนิด ใน สมัยนั้น ) แต่ท่านนายกสภาการฝึกหัดครู ( นาย สมาน แสงมะลิ ) ได้ขอให้เปลี่ยนชื่อจาก “ คอมพิวเตอร์ศึกษา ” เป็น “ คอมพิวเตอร์ ” และ ก . พ . ได้ตีค่าเงินเดือนให้ตามคุณวุฒิที่ได้รับ วิทยาลัยครูเพชรบุรี จึงเป็นวิทยาลัยครูแห่งแรกที่ริเริ่มร่างหลักสูตรคอมพิวเตอร์และเปิดสอนหลัก สูตรของตนเองคือ ป . กศ . สูง วิชาเอกคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรกเมื่อปีการศึกษา 2527 และนักศึกษารุ่นนี้ได้เรียนต่อ ค . บ . ( คอมพิวเตอร์ ) อีก 2 ปีหลังจบ ป.กศ. สูง จนจบการศึกษาเป็นรุ่นแรกอย่างมีคุณภาพ

หลักสูตรคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หลักสูตรคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

1. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและศิลปการประกอบอาหาร

2. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอาหารและโภชนาการประยุกต์

3. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์

4. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

5. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมี

6. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยา

วิสัยทัศน์

ภายในปี 2561 จะเป็นคณะที่มีความเป็นเลิศด้านการผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และด้านอาหารในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทย (Royal Coast*)

เอกลักษณ์คณะวิทยาศาสตร์ฯ

"องค์กรแห่งการผลิตบัณฑิตวิทยาศาสตร์ ผู้นำด้านอาหาร และบริการสุขภาพ"

อัตลักษณ์นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ฯ

"ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ ควบคู่วิทยาการ ผสานเศรษฐกิจพอเพียง"

ความหมายของอัตลักษณ์ซื่อสัตย์

บัณฑิตเป็นผู้มีความชื่อสัตย์ตรงต่อกฎเกณฑ์ของสังคมและผลจากการกระทำของ ตน ไม่คดโกง ไม่โำกหกหลอกลวง ไม่ขโมย หรือลอกเลียงผลงาน ความคิดของผู้อื่นและให้เกียรติเจ้าของผลงานหรือความคิดเห็นที่ บัณฑิตนำมาใช้ประโยชน์เสมอ

มีวินัย

บัณฑิตเป็นผู้ยอมรับและถือตามกฎ ระเบียน มารยาท ขนบธรรมเนียมและแบบแผนอันดีงามของสังคม และปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มความสามารถ

ใผ่เรียนรู้

บัณฑิตเป็นผู้มีความตั้งใจ กระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง

ควบคู่วิทยาการ

บัณฑิตเป็นผู้ที่ ก้าวหน้าต่อ ความรู้ ความเจริญทาง วิทยาการ และการเเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและสังคม และสามารถตัดสินใจและนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

ผสามเศรษฐกิจพอเพียง

บัณฑิตเป็นผู้ที่สามารถดำรงชีวิตบนพื้นฐานแห่งความพอเพียงและสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ต่างๆ ได้ 

ปรัชญา

"วิทยาศาสตร์คู่คุณธรรม นำเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาสังคม"

พันธกิจ


1.ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพตามอัตลักษณ์ของคณะให้เป็นที่ยอมรับของผู้ใช้บัณฑิตและสังคมในระดับสากล
2.พัฒนาคุณภาพของงานวิจัยให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติและนานาชาติสามารถนำไปใช้ประโยชน์หรือแก้ไขปัญหาสังคมได้ 
3.บริการวิชาการและถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน
4. ส่งเสริม สืบสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
5. บริหารจัดการโดยใช้กระบวนการประกันคุณภาพ หลักธรรมาภิบาล และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ตราสัญลักษณ์

หลักสูตรคณะพยาบาลศาสตร์

หลักสูตรคณะพยาบาลศาสตร์

1. หลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย

3. หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์

ปรัชญาคณะพยาบาลศาสตร์

คณะพยาบาลศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เชื่อว่า บัณฑิตพยาบาลที่มีคุณภาพต้องมีพื้นฐานมาจากการมีคุณธรรม มีจิตเอื้ออาทรด้วยจิตใจของความเป็นมนุษย์มีความรู้ในศาสตร์ ของวิชาชีพและศาสตร์อื่นๆที่เกี่ยวข้องทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม สามารถปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขภายใต้ค่านิยมร่วมของคณะพยาบาล ศาสตร์ที่ว่า “คุณธรรมนำปัญญา  ก้าวหน้าด้วยวิชาการ  ผสมผสานภูมิปัญญาไทย  ใส่ใจดุลยภาพชีวิต  บริการด้วยจิตเอื้ออาทรด้วยจิตใจของความเป็นมนุษย์”


วิสัยทัศน์คณะพยาบาลศาสตร์

"เป็นองค์กรชั้นนำในการผลิตพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ 1 ใน 5 ของประเทศภายในปี 2562"


พันธกิจคณะพยาบาลศาสตร์

๑. ผลิตบัณฑิตพยาบาลและพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพ ให้มีคุณภาพโดยเน้นการ ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ 
๒. ผลิตผลงานวิจัย นวัตกรรม หรืองานสร้างสรรค์ โดยเน้นการส่งเสริมสุขภาพ  ผู้สูงอายุ 
๓. บูรณาการ การบริการวิชาการกับทุกพันธกิจของคณะ 
๔. อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น 
๕. สืบสานโครงการพระราชดำริโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับทุกพันธกิจของคณะ
๖. บริหารองค์กรโดยใช้ยุทธศาสตร์ ตามหลักธรรมาภิบาล


เอกลักษณ์คณะพยาบาลศาสตร์

"ความเชี่ยวชาญในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ"


อัตลักษณ์คณะพยาบาลศาสตร์

"ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ บริการด้วยใจเอื้ออาทร และจิตใจของความเป็นมนุษย์"


วัตถุประสงค์คณะพยาบาลศาสตร์

๑. เพื่อผลิตบัณฑิตพยาบาลและพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพให้มีคุณภาพ  เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ
๒. เพื่อผลิตและพัฒนางานวิจัยและงานสร้างสรรค์  นวัตกรรมที่มีคุณภาพตามอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของคณะ
๓. เพื่อบริการวิชาการแก่สังคม  โดยประสานความร่วมมือกับท้องถิ่น และองค์กรอื่นให้เกิดความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
๔. เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น และสากลในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
๕. เพื่อสืบสานและต่อยอดโครงการพระราชดำริตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
๖. เพื่อบริหารจัดการองค์กรโดยใช้ยุทธศาสตร์ ตามหลักธรรมาภิบาล ให้บุคลากรมีความสุขอย่างมีดุลยภาพและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล


ยุทธศาสตร์คณะพยาบาลศาสตร์

ยุทศาสตร์ที่ ๑ ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพพร้อมรับใช้สังคม
กลยุทธ์ที่ ๑.๑.ยกระดับคุณภาพหลักสูตรให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล 
กลยุทธ์ที่ ๑.๒.พัฒนากระบวนการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและเรียนรู้จากการ ปฏิบัติ (Action learning) โดยเน้นคุณลักษณะตามอัตลักษณ์และเอกลักษณ์
กลยุทธ์ที่ ๑.๓.พัฒนาสมรรถนะของอาจารย์ให้มีความแข็งแกร่งทางวิชาการและวิชาชีพ
กลยุทธ์ที่ ๑.๔.พัฒนาสมรรถนะนักศึกษาให้ถึงพร้อมด้วยวิชาการ วิชาชีพ และคุณธรรม สามารถดำรงตนและช่วยเหลือเกื้อกูลสังคมได้ตามมาตรฐานคุณวุฒิ TQF และอัตลักษณ์ของคณะพยาบาลศาสตร์ 

ยุทศาสตร์ที่ ๒ การพัฒนาศักยภาพการวิจัย เพื่อความเป็นเลิศด้านการส่งเสริม สุขภาพผู้สูงอายุ อาหาร และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
กลยุทธ์ที่ ๒.๑.การพัฒนาสมรรถนะด้านสถิติและการออกแบบวิจัย 
กลยุทธ์ที่ ๒.๒.พัฒนาประเด็นวิจัยและสร้างเครือข่าย เพื่อพัฒนาเป็นหน่วยวิจัย
กลยุทธ์ที่ ๒.๓.การพัฒนาเครือข่ายชุมชนและพัฒนาบริการวิชาการ การจัดสุขภาพชุมชน 

ยุ ทศาสตร์ที่ ๓ การบริการวิชาการสนองต่อการพัฒนาชุมชน เพื่อการส่งเสริมสุขภาพและสร้างภูมิคุ้มกัน เกี่ยวกับยาเสพติด เพศศึกษาและหมวกกันน็อค
กลยุทธ์ที่ ๓.๑.สร้างค่ายเยาวชนต้นแบบ 
กลยุทธ์ที่ ๓.๒.พัฒนาหลักสูตรการบริการวิชาการ และจัดตั้งศูนย์บริการด้านสุขภาพเพื่อหารายได้และเป็นฐานการเรียนรู้ให้แก่ นักศึกษาและชุมชน
กลยุทธ์ที่ ๓.๓.สร้างเสริมเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าขององค์กรของชุมชนท้องถิ่น

ยุทศาสตร์ที่ ๔ พัฒนาองค์กรสู่ความเป็นสากล
กลยุทธ์ที่ ๔.๑.เพิ่มขีดความสามารถของนักศึกษา
กลยุทธ์ที่ ๔.๒.เพิ่มขีดความสามารถด้านภาษาของบุคลากร
กลยุทธ์ที่ ๔.๓.ส่งเสริมการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างสถาบันในอาเซียน 

ยุทศาสตร์ที่ ๕ พัฒนาระบบบริหารจัดการสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยยึดหลักธรรมมาภิบาลและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กลยุทธ์ที่ ๕.๑.พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยยึดหลักธรรมาภิบาลและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 
กลยุทธ์ที่ ๕.๒.เร่งรัดการเพิ่มและพัฒนาคุณภาพบุคลากรและนักศึกษา ให้มีศักยภาพในการแข่งขันระดับประเทศและอาเซียน 
กลยุทธ์ที่ ๕.๓.พัฒนาและปรับปรุงสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้เป็น E-Faculty และพัฒนาห้องปฏิบัติการให้มีความพร้อมต่อการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ
กลยุทธ์ที่ ๕.๔.พัฒนาและปรับปรุง คณะให้เป็น Green and clean Faculty
กลยุทธ์ที่ ๕.๕.เร่งรัดพัฒนาระบบและกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรแบบบูรณาการในกลุ่มสาขา วิชาชีพใกล้เคียงชื่อเสียงและรายได้ของ มหาวิทยาลัยและคณะอย่างยังยืน
กลยุทธ์ที่ ๕.๖.พัฒนาช่องทางและระบบกลไกการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในการสร้างชื่อเสียงและความศรัทธาให้แก่องค์กร

ยุทศาสตร์ที่ ๖ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นและโครงการพระราชดำริตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 
กลยุทธ์ที่ ๖.๑.ส่งเสริมและสนับสนุนนักศึกษาในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นและโครงการพระราชดำริตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เกี่ยวกับ PBRU

Log in

create an account